Do what you love

ทำในสิ่งที่รัก รักในสิ่งที่ทำ 


Do what you love


สำหรับใครที่ชอบทานของหวานอย่างไอศครีม คงคุ้นเคยกันดีกับแบรนด์ Cold Stone Creamery (โคล สโตน ครีมเมอรี่) ซึ่งเป็นไอศรีมมิกซ์-อินระดับซูเปอร์พรีเมียมรายแรกของอเมริกาซึ่งมาเปิดสาขาในประเทศ ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เวิลด์ ชั้น 6 เมื่อเดือน มีนาคม 2552 โดยปัจจุบันได้มีการขยายสาขาถึง 10 แห่งทั่วกรุงเทพฯและเพื่อทำความรู้จักกับไอศกรีมแบรนด์นี้ เราจึงได้มาพูดคุยกับผู้บริหารสาวสวยคนเก่งผู้อยู่เบื้องหลังและมีส่วนร่วมในความสำเร็จครั้งนี้ คุณวชิราภรณ์ วานิชชัย     ผู้จัดการทั่วไป Cold Stone Creamery ถึงเรื่องราวการทำงานและเคล็ดลับที่ทำให้ประสบความสำเร็จจนถึงปัจจุบัน


Truelife: จุดเริ่มต้นของการทำงานด้านอาหารเริ่มต้นจากตรงไหน ดูตามประวัติทราบว่าคุณวชิราภรณ์ เรียนมาทางด้านอาหารโดยตรง ทำไมถึงสนใจด้านนี้ 

คุณวชิราภรณ์ :  เริ่มต้นมาตั้งแต่สมัยที่เราเรียน ในสมัยนั้น วิทยาศาสตร์อาหาร กำลังได้รับความนิยม เราก็เลยตัดสินใจเรียนที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คณะวิทยาศาสตร์ สาขาเทคโนโลยีการอาหาร เทคโนโลยีอาหาร เราคิดว่าอาหารเป็นอะไรที่ใกล้ตัวเรา พอจบมาก็จะมีงานอยู่ 3 ส่วนให้เราเลือกทำ อย่างแรกคือ Research and Development  อย่างที่สองคือ QC และ 3 คือในส่วน Production   เราคิดว่างาน  Research and Development น่าจะเหมาะกับเรามากกว่าเพราะต้องใช้ความครีเอทีฟ ก็เลย เริ่มทำตั้งแต่ตอนนั้นเป็นต้นมา   พอเราทำงานมาได้สักพัก จะต้องเข้าไปทำงานในส่วนบริหารด้วย  ตอนนั้นเราเริ่มรู้แล้วว่าความรู้ที่เรามีอยู่ยังไม่พอ จึงได้ไปเรียนต่อในด้านการตลาด และจบมาทำ การตลาดทางด้านอาหารโดยตรง ทำมาตลอด  


Truelife: ตลาดไอศครีมบ้านเราดูเหมือนไม่ยาก เพราะเป็นเมืองร้อน แต่ก็จะมีเจ้าตลาดอยู่แล้ว ความยากของตลาดคืออะไร 

คุณวชิราภรณ์ : ในหมวดอาหารทานเล่น ตลาดไอศครีมถือว่าใหญ่สุด  สำหรับเรา เราคือซูเปอร์พรีเมี่ยมเป็นมิกซ์อินไอศครีม  ตั้งแต่เราเปิดตลาดมา 5 ปี มีคนรู้จักเราเยอะขึ้น แต่สาขาอาจจะไม่เยอะ เพราะเรามีข้อจำกัดว่า ถ้าเราจะขยายสาขาที่ตรงนั้นจะต้องเป็นเรา และเหมาะกับเราจริงๆ  


Truelife: เนื่องจากมีเจ้าตลาดอยู่แล้ว มีความกดดันในการทำการตลาดไหม 

คุณวชิราภรณ์: เข้ามาแรกๆ เจ้าตลาดเค้าจับตามองเรา  เราเข้ามาแบบมีซิกเนเจอร์ และวางตัวเป็นซูเปอร์พรีเมี่ยม   หลังจากนั้น แบรนด์อื่นก็มีซิกเนเจอร์และเป็นซูเปอร์พรีเมี่ยมตามมาเหมือนกัน   ถ้ากดดันจะเป็นในเรื่องกดดันในเรื่องการสั่งของและการทำประชาสัมพันธ์  เราเพิ่งมา กับเจ้าอื่นคือค้าทำมาสนานแล้ว เราพยายามที่จะทำให้คนเห็นว่า ทานของเรากับของที่อื่นไม่เหมือนกัน คนรับรู้ว่าของเราแพง  เราเข้ามาแบบมีใส่ถ้วยและวัฟเฟิ่ล โบว์ ตอนนี้คือทุกคนทำแบบนี้หมด 


Truelife:  เนื่องจากเป็นไอศกรีมจากอเมริกา ซึ่งอเมริกันจะชอบทานอะไรที่ครีมมี่มาก เมื่อนำเข้ามาบ้านเรา   ต้องมีการปรับเปลี่ยนอะไรไหมคะ 

คุณวชิราภรณ์ : เราพยายามปรับลดบางอย่างลงบ้าง ทั้งในเรื่องไซค์ คนบ้านเราอาจจะไม่ได้ทานเยอะเท่ากับคนอเมริกัน แต่ยังคงไว้ซึ่งเอกลักษณ์ในรสชาติ   ลดบางตัวลง แต่คงไว้ซึ่งความเป็นเรา  


Truelife: นี่คือเคล็ดลับความสำเร็จหรือเปล่าค่ะ เราเริ่มต้นด้วย Passion   ทำในสิ่งที่เรารักแล้วจึงผลงานจะออกมาดี     

คุณวชิราภรณ์:  จริงๆ แล้วส่วนตัวชอบทานของคาวมากกว่า แต่พอผู้ใหญ่ไว้ใจให้ทำการตลาดของหวาน  เราก็พยายามทำให้ดีที่สุด พอทำไปเรื่อยๆ แล้วรู้สึกชอบทำการตลาดของหวาน เพราะสามารถที่จะครีเอทีฟได้มากกว่า  ไอศครีมคือตลาดใหญ่เล่นได้เยอะ  พอทำไปแล้วเราก็เริ่มสนุกกับงาน พอสนุกกับงานแล้วก็กลายเป็นความรัก  เมื่อรักในสิ่งที่เราทำแล้ว สุดท้ายเราจะทำมันออกมาได้ดี เพราะเราทำทั้งหมดนั้นด้วยใจ  ถ้าจะให้เปลี่ยนไปทำการตลาดอาหารคาวก็คงไม่ใช่เราแล้ว 


Do what you love

Truelife: หลักการทำงานร่วมกันที่นี่ เป็นอย่างไรคะ 

คุณวชิราภรณ์:  เราเน้นเวิร์คสมาร์ท ทำงานแล้วต้องมีเวลาให้ครอบครัว ทำงานที่นี่ชีวิตครอบครัวกับงานต้องลงตัว เพราะคิดว่าถ้าเรื่องส่วนตัวเราไม่แฮปปี้ จะมีผลกับงานที่เราทำ ฉะนั้นเราต้องทำให้ชีวิตสมดุล    การทำงานที่นี่เราไม่มีความรู้สึกว่า วันนี้วันจันทร์ ต้องตื่นขึ้นมาทำงาน ทุกๆ วันของเรามีความสุขกับสิ่งที่เราทำ อยากทำออกมาให้ดีที่สุด แต่ไม่ใช่ต้องเฟอร์เฟค เพราะเรารู้ว่าไม่มีอะไรที่จะสมบูรณ์แบบ เราเองไม่ได้ดีที่สุด แต่เรียกว่าเราดีในแบบของเรา 

        ทุกวันนี้เราพยายามทำงานกับพนักงานแบบเป็นพี่ เป็นน้อง เพราะจริงๆ แล้ว เราไม่สามารถทำทุกอย่างได้ด้วยตัวคนเดียว เราต้องอาศัยทีม  ทำให้ทุกคนที่ทำงานด้วยกัน มีความสุข เมื่อมีความสุขจากข้างในหน้าตาจะยิ้มแย้มแจ่มใสและทำงานออกมาได้ดี ทำงานเป็นทีมอย่างมีความสุข 


Do what you love



บทความที่เกี่ยวข้อง

COMMENT

บทความน่าสนใจอื่นๆ